สวัสดีค่ะเพื่อนๆขา....

แม่หมอสาวคุยข่าวหุ้นยังคงเป็นเพื่อนร่วมทาง(การลงทุน)เพื่อนๆเหมือนเดิม โดยนำเสนอ หุ้นมีข่าว เช้าบ่าย ค่ำ อยู่เป็นเพื่อนกันตลอดวัน ตลอดคืน .......แถมวันเสาร์มีเสริมบารมีนักลงทุนมานำเสนอเพื่อความเฮงด้วยนะคะ .... ส่วนวันอาทิตย์เป็นความรู้เกี่ยวกับตลาดหุ้นในหัวข้ออ่านหมากตลาดหุ้นค่ะ .... สำหรับข่าวเรียลไทม์ ขอสงวนสิทธิ์ให้เฉพาะสมาชิคเท่านั้นนะคะ ซึ่งเพื่อนๆสามารถติดต่อขอเป็นสมาชิคได้ที่ magicstocknews @gmail.com หรือ 086-8673392 ค่ะ


*

วันเสาร์

การวิเคราะห์หุ้นโดยใช้เครื่องมือ RSI


สวัสดีค่ะเพื่อนๆ  อ่านหมากตลาดหุ้น ยังจัดการวิเคราะห์ทาเทคนิคให้เพื่อนๆศึกษาต่อเนื่อง .....  เพราะถ้าถามแม่หมอว่าแต่ละวันแม่หมอดูเครื่องมิออะไรในการวิเคราะห์ทางเทคนิค   ก็คงตอบตอบว่าใช้basic3อย่างคือ barchart ที่มีmoinving average แล้วก็ดู MACD ที่ดูสัมพัทธ์กับZero line และสุดท้ายที่ดูก็คือ RSI แต่ไม่ได้ดูoverbought oversoldเป็นหลัก สิ่งที่ให้ความสำคัญก็คือดูว่ามีdivergenceกับbarchart หรือไม่ค่ะ วันนี้เลยนำเสนอRSIกับเพื่อนๆนะคะ

RSI เป็นเครื่องมือที่นำมาใช้วัดการแกว่งตัวของราคาหุ้น สำหรับการลงทุนในช่วงหนึ่ง เพื่อดูภาวะการซื้อมากเกินไป (OVERBOUGHT) หรือขายมากเกินไป (OVERSOLD) โดยใช้ระดับเหนือ 70% บอกภาวะ OVERBOUGHT และระดับต่ำกว่า 30% บอกภาวะ OVERSOLD......  และยังใช้เป็นสัญญาณเตือนว่า แนวโน้มของราคาหุ้นที่กำลังมีทิศทางขึ้นหรือลงนั้น กำลังใกล้จะอ่อนตัวลงหรือยัง โดยมีสัญญาณเตือนที่แสดงออกมาในรูปแบบของการแยกทางออก (DIVERGENCE) ระหว่างราคาหุ้นกับ 14 RSIค่ะ

ดัชนีกำลังสัมพัทธ์ (RSI) คือ การคำนวณหาพละกำลัง ที่ซ่อนตัวอยู่ของตลาดหรือของหุ้นใดหุ้นหนึ่ง (INTERNAL STRENGTH) โดยดูจากอัตราส่วนที่ “แกว่ง” ไปมาอยู่ระหว่างการขึ้นลงโดยคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ และภายใน “เวลา” ที่กำหนด ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้ระยะเวลา 14 วัน เราจึงเรียกว่า 14 RSI

ระดับซื้อมากเกินไปและขายมากเกินไป (OVERBOUGHT & OVERSOLD)

ระดับ “การซื้อมากเกินไป” ของ 14 RSI อยู่ที่บริเวณระดับสูงเกิน 70% ส่วนระดับที่มีการขายมากเกินไปอยู่ต่ำกว่าบริเวณ 30% และมีกฎว่าถ้าเส้น 14 RSI ลดต่ำลงมามากเท่าใดจะทำให้เกิดภาวะ OVERSOLD ซึ่งโอกาสที่ราคาหุ้นจะตีกลับขึ้นไปในลักษณะการ “ปรับตัวทางเทคนิค” มีอยู่สูง ในทางกลับกัน ถ้าเส้น 14 RSI วิ่งสูงขึ้นจนเข้าไปในเขต OVERBOUGHT แล้ว โอกาสที่ราคาหุ้นจะมีการปรับตัวลงก็มีเช่นเดียวกัน

สูตรการคำนวณ

RSI = 100-100/1+RS

RS= ค่าเฉลี่ยของจำนวนที่เปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นของราคาปิดใน14วัน หารด้วย ค่าเฉลี่ยของจำนวนที่เปลี่ยนแปลงลดลงของราคาปิดใน14วัน

หรืออีกสูตร 

RSI = 100xU / U+D

U= average of 14 days up closes (ค่าเฉลี่ยของจำนวนที่เปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นของราคาปิดใน14วัน)
D=average of 14 days down closes ( ค่าเฉลี่ยของจำนวนที่เปลี่ยนแปลงลดลงของราคาปิดใน14วัน )



หรือถ้าจะดูให้ละเอียดเราจะใส่เส้นค่าเฉลี่ยเพิ่มเข้าไปในเส้น RSI ด้วยก็ได้ค่ะเพื่อดูแนวโน้มความแรง และแนวโน้มการอ่อนตัวโดยเทียบกับค่าเฉลี่ยอะค่ะ
 
สรุปการดู14 RSI หลักๆก็จะมีดังนี้นะคะ

1. ดูณ.เวลาปัจจุบัน ถ้ามากกว่า70 ให้ระวังการเข้าเขต overbought หรือซื้อมากเกิน ระวังการปรับตัวลง  ถ้าค่า RSI ต่ำกว่า30 ระวังการเข้าเขต oversold หรือขายมากไปให้ระวังการตีกลับของราคา

2. ดูยอดtop / bottom ของRSI เทียบกับ barchartของราคา อนุมานเป็นแนวรับแนวต้านพอได้ค่ะ

3.ดูเส้นRSIเทียบกับเส้นaverageของ RSI ว่่าแนวโน้มตัดขึ้นหรือตัดลง เป็นการดูเทรนด์ของ RSI ค่ะ

4. การดู divergence หรือการดูว่า RSI มีแนวโน้มไปกันคนละทางกับ barchart หรือไม่ ตัวนี้เป็นสัญญานเตือนภัยที่ดีมากๆนะคะ เป็นตัวบอกล่วงหน้า  เช่น SET หรือหุ้นตัวใดตัวหนึ่ง ทำ new high แต่ยอดของRSI ทำหัวเตี้ยลงไม่ทำ high ตามSET บอกได้ว่า ให้ระวัง ไม่ช้าไม่นานจากนี้ SETหรือหุ้นตัวนั้น จะปรับลงค่ะ  อันนี้เรียก negative divergence ค่ะ

ในทางตรงกันข้าม เวลาที่ SET หรือหุ้นตัวใดตัวหนึ่งอยู่ในแนวโน้มลงมีการทำ new low ให้เห็นต่อเนื่อง แต่ถ้าเราดูเทียบกับRSI แล้วพบว่า RSI เริ่มไม่ทำ new low อาจเป้นลักษณะ flat หรือ RSI สวนทางเริ่มกลับลำค่อยๆทำnew high ขึ้นมาจากจุดต่ำสุด บอกได้ว่าไม่ช้าไม่นานจากนี้ SETหรือหุ้นตัวนั้นจะปรับตัวขึ้นได้ค่ะ อันนี้เรัยกว่า positive divefrgence ค่ะ
 
สรุปการดูdivergence เป็นการดูสัญญานเตือนล่วงหน้าถึงการเปลี่ยนเทรนด์ได้ค่ะ โดยที่เครื่องมืออื่นยังไม่ส่งสัญญานนะคะ
 
 
ก็คงมีเพียงเท่านี้แหละค่ะ อย่าลืมนะคะRSI เป็นสัญญานเตือนที่ดีมากเครื่องมือหนึ่ง รับรองว่าใช้แล้วไม่ผิดหวังค่ะ
 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ผู้ติดตาม